จับแล้ว ผู้ต้องหารายสำคัญ โกงบิทคอยน์ มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท หนุ่มฟินแลนด์ “ปริญญา” พี่ชาย “บูม จารวิจิตร” กองปราบ เตรียมคุมตัวฝากขัง วันนี้

12 ต.ค. 2561 | 11:41:00
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2561 พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รักษาราชการแทน ผู้บังคับการปราบปราม (รรท.ผบก.ป.) ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.2 (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ว่าได้จับกุมตัวนายปริญญา จารวิจิตร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46/22 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายจับของศาลอาญา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1693/2561 ลงวันที่ 26 ก.ค. 2561 ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันฉ้อโกงเงินบิตคอยน์ จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป เดินทางไปประสานงาน ก่อนจับกุมตัวนายปริญญา และนำตัวมาสอบสวนที่กองปราบปรามตลอดทั้งคืน โดยอนุญาตให้ทนายความเข้าร่วมสอบสวนด้วย เบื้องต้น นายปริญญายังให้การปฏิเสธ โดยจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาในช่วงเช้านี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนอาจจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมที่จะหลบหนี
 
สำหรับคดีนี้ นายเออาร์นี่ โมตาวา ซาริมา อายุ 23 ปี นักลงทุนเงินดิจิตอลบิทคอยน์ชาวฟินแลนด์ ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.ว่า นายปริญญากับพวกได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินบิทคอยน์ มูลค่าประมาณ 797 ล้านบาทด้วยการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์โดยใช้เงินบิทคอยน์ แต่กลับมีการถ่ายเทเงินไปยังที่ต่างๆ โดยไม่ได้ทำตามที่ตกลงกันไว้ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนขยายผลจนพบว่า มีผู้กระทำความผิดประกอบด้วย นายปริญญา นายธนสิทธิ์ จารวิจิตร นายจิรพิสิษฐ์ หรือ บูม จารวิจิตร ดารานักแสดง นางสาวสุพิชฌาย์ จารวิจิตร ทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน รวมทั้งนายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และนางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดามารดา นอกจากนี้ ยังมีนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ และนายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอ็กเปย์ แต่ต่อมานายประสิทธิ์ และนายชาคริส สามารถตกลงชดใช้ค่าเสียหายกับนายเออาร์นี่ ได้จึงมีการถอนแจ้งความเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา 
 
ทั้งนี้ นายปริญญานั้น ได้หลบหนีไปสหรัฐอเมริกาขณะที่ศาลกำลังออกหมายจับ ทางกองปราบปรามจึงประสานกระทรวงการต่างประเทศเพื่อขอให้ยกเลิกหนังสือเดินทางนายปริญญา โดยได้ดำเนินการยกเลิกเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา ทำให้นายปริญญาไม่สามารถอยู่ในสหรัฐอเมริกาไม่สามารถอยู่ในสหรัฐอเมริกาได้อีกต่อไป และเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ก่อนจะถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะเดินทางกับสายการบินเอเซียนน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OZ741 ที่มาจากประเทศเกาหลี โดยมีต้นทางจากสหรัฐอเมริกา 

สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายอื่นๆ นั้น ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้นัดให้ นายวิสิทธิ์ จารวิจิตร และ นางเลิศฉัตรกมล จารวิจิตร บิดาและมารดา รวมทั้ง นายธนสิทธิ์ พี่ชายของ นายปริญญา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในวันที่ 10 ต.ค. แต่ทั้งสามคนได้ขอเลื่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเป็นวันที่ 17 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ หากผู้ต้องหาทั้งสามคนมาพบพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากมารดาของนายปริญญาได้รับโอนเงินมาจากลูกชายก่อนที่จะยักย้ายถ่ายเทเงินไปให้กับบิดาของนายปริญญา ส่วน นายธนสิทธิ์ ก็มีพฤติกรรมเช่นเดียวกัน คือ รับโอนเงินมาจากนายปริญญาแล้วยักย้ายถ่ายเทไปให้กับบุคลอื่น ซึ่งเป็นพฤติกรรมการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

Share this: