จับแม่เล้า ‘สาว’ วัย 37 ปี ลวงหญิงไทย ไปทำงานที่ บาร์เรน ยึดพาสปอร์ต-เงินสด-โทรศัพท์ บังคับค้าประเวณี

20 พ.ย. 2562 | 13:43:57
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ กองปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งการ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ฤทธิชัย ชุมช่วย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม นางสาวศิริลักษณ์ กะเชียง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 161 หมู่ 1 ต.แม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 70/2561 ลงวันที่ 16 มกราคม ข้อหา “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์, เป็นธุระจัดหา, ร่วมกักขังหน่วงเหนี่ยวเพื่อการค้าประเวณี, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 161 หมู่ 1 ต.แม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่
 
ทั้งนี้เมื่อปี 2560 นางสาวศิริลักษณ์ กะเชียง  และพวก ได้โพสต์เฟซบุ๊กประกาศรับสมัครหญิงสาวหน้าตาดีไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ งานบาร์ งานนวด ที่ประเทศบาห์เรน โดยอ้างว่า มีค่าตอบแทนสูง แต่เมื่อเหยื่อหลงเชื่อไปที่ประเทศดังกล่าว นางสาวศิริลักษณ์ กะเชียง และพวก กลับทำการยึดพาสปอร์ต เงินสด และโทรศัพท์ของเหยื่อ ก่อนจะบังคับพาตัวไปค้าประเวณีตามโรงแรมต่างๆ หรือนำตัวไปขายต่อให้กับแม่เล้าคนอื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกันเพื่อพาไปขายตัวยังที่อื่นๆ
 
ต่อมา หญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งตกเป็นเหยื่อสามารถแอบติดต่อกับญาติที่ประเทศไทยได้ จึงขอความช่วยเหลือ จนมีการประสานสถานเอกอัครทูต ณ กรุงมานามา เข้าช่วยเหลือนำตัวส่งกลับประเทศไทย พร้อมกับประสานตำรวจ บก.ปคม. และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ จนสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 3 ราย คงเหลือ นางสาวศิริลักษณ์ กะเชียง ซึ่งเป็นแม่เล้า ที่ยังคงหลบหนี
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ชุดจับกุม สืบทราบว่า นางสาวศิริลักษณ์ กะเชียง ผู้ต้องหาตามหมายจับ เดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่ออยู่กับลูก และหันมาประกอบอาชีพค้าขายอยู่ในพื้นที่ จ.แพร่ จึงได้ติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

Share this: