กองปราบ บุกรวบ ‘หนุ่มพิจิตร’ หัวหน้าแก๊ง ตุ๋น เหยื่อคนไทย-ต่างชาติ ลงทุนเงินดิจิตอล สูญกว่า 500 ล้านบาท อ้างตัวเป็น ‘พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่”

05 ก.ย. 2562 | 12:40:37
วันที่ 5 กันยายนต 2562  ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม  ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ อำไพจิตร, พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป.,  ร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง สว.กก.4 บก.ป.,  ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุมตัว นายมานะ จูเมือง อายุ 48 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.ในเมือง จ.พิจิตร ตามหมายจับศาลจังหวัดพิจิตร ที่ จ.171/2562 ลงวันที่ 23 สิงหาคม 2562 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง” โดยจับกุมตัวได้ขณะผู้ต้องหากำลังเล่นฟุตบอลกับพวกที่สนามฟุตบอล ย่านถ.พระราม9 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ เมื่อค่ำวันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา

การจับกุม นายมานะ จูเมือง ครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 ต่อเนื่องปี 2562  นายมานะ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง ได้ร่วมกับพวกซึ่งเป็นคนไทย และชาวเวียดนาม รวม 7 คน แยก เป็นคนไทย 3 คน และชาวเวียดนาม 4 คน ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน ทั้งชาวไทย ชาวเวียดนาม เกาหลีใต้ และชาวต่างชาติอื่นๆในเอเชีย ราว 10 ประเทศ ให้ร่วมลงทุนเงินสกุลดิจิตอลต่างๆ เช่น วันคอยน์, บิตคอยน์, ริปเปิล และอีเทอเรียม เป็นต้น โดยใช้สถานที่พิพิธภัณฑ์บ้านดง โฮจิมินห์  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพไทย-เวียดนาม ตั้งอยู่ใน ต.ป่ามะคาบ อ.เมือง จ.พิจิตร เพื่อเป็นแหล่งจูงใจให้กับคนเวียดนาม

กลุ่มผู้ต้องหา อ้างตัวเป็น นักค้าเงินดิจิทัล-เทรดสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี่ โดย นายมานะ จูเมือง ผู้ต้องหารายนี้ อ้างตัวเป็น “พ่อมดคริปโตเคอเรนซี่” หรือผู้เชี่ยวชาญด้านเงินดิจิตอลขั้นเทพ ก่อนจะเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจร่วมลงทุนสกุลเงินดิจิตอลหลายสกุล โดยอ้างว่า ได้กำไรดี ลงทุนเงินเพียง 200 วัน จะได้กำไรทันที 400 % ทั้งนี้กลุ่มผู้ต้องหา ยังเชิญชวนชาวบ้านให้ลงทุนในสกุลเงินวันคอยน์  ซึ่งก่อนหน้านี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศเตือนการถือครองเงินสกุลวันคอยน์มาแล้ว ว่า มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกฉ้อโกง

กลุ่มคนร้ายแก๊งนี้ หลอกลวงทั้งคนไทยและต่างชาติ ว่า หากถือครองเงินสกุลวันคอยน์ ในอัตราการแลกเปลี่ยน 1,000,000 บาท จะแลกเงินดิจิทัลได้ 100,000 เหรียญวันคอยน์  ซึ่งมีการจูงใจด้วยการโฆษณาว่า  หากสะสมเหรียญวันคอยน์ครบตามกำหนดก็จะนำไปแลกสินค้าต่างๆ อาทิ  10,000  เหรียญวันคอยน์ สามารถแลกทองคำน้ำหนัก 1 บาท หรือ 1,000,000 เหรียญ วันคอยน์ สามารถแลกรถเบนซ์ได้ จำนวน 1 คัน หรือบางส่วนก็สามารถนำไปแลกบ้านเดี่ยวได้อีกด้วย นอกจากนี้ ในระหว่างที่สะสมเหรียญวันคอยน์ ถ้าครบตามกำหนดระยะเวลาก็จะมีการปันผลให้อีกส่วนหนึ่ง ทำให้ เหยื่อทั้งคนไทยและชาวต่างชาติหลงเชื่อจำนวนหลายพันราย ร่วมลงทุน เป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท  ทั้งนี้ในระยะแรก เหยื่อที่ร่วมลงทุนได้รับปันผลตามที่โฆษณากล่าวอ้าง แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ

กลุ่มผู้เสียหายเริ่มเกิดความสงสัยว่า จะถูกต้มตุ๋น รวมทั้งพยายามติดต่อตามหา ก็ไม่พบตัว และติดต่อไม่ได้ จึงรวมตัวกันไปแจ้งความกับตำรวจหลายพื้นที่ พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับ  กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามติดตามจับกุมตัวได้ค่ำวานนี้ (4 ก.ย.)

จากการสืบสวน โดยสืบสวนกองปราบฯ พบว่า คนร้ายแก๊งนี้ ประกอบด้วย  ชาวเวียดนาม 4 คน และชาวไทย 3 คน แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการชัดเจน มีทั้งคนเปิดบัญชี คนเจรจาเพื่อหลอกลวงเหยื่อให้ร่วมลงทุน และคนคุมเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามคนไทยอีก 2 คนที่เหลืออยู่ในแก๊งดังกล่าว ส่วนชาวเวียดนามทั้งหมดที่ร่วมขบวนการ พบว่า  หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว  

รายงานข่าว พบว่า  เงินที่นายมานะ จูเมือง ได้จากการหลอกลวงเหยื่อให้ร่วมลงทุนที่ผ่านมานำไปซื้อที่ดินในพื้นที่ จ.พิจิตร ไว้บางส่วน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กองปราบปราม กำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ง. เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สินของกลุ่มคนร้าย  เบื้องต้นสอบสวนผู้ต้องหา ยังให้การภาคเสธ ยอมรับว่าเป็นคนในหมายจับจริง แต่ไม่ได้กระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งให้ สภ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร ดำเนินคดีต่อไป พร้อมเร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

Share this: